[Fic Kuroko no Basket] S M I L E (1/3) HBD Kii-Chan~~

posted on 20 Jun 2014 00:26 by fukaze in Fiction directory Fiction, Cartoon

Title: S M I L E ~

Author: Fukaze

Pairing: Aomine x Kise

Rating:  PG-15

Genre:  Yaoi 

A/N : สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะคีจัง ^_^

 

 

 

 

 
S M I L E ~ (1/3)

 

 

 

ในบรรดานิตยสารที่มาสัมภาษณ์คิเซกิ โนะ เซไดที่เทย์โควบางทีก็ไม่ใช่นิตยสารกีฬาอย่างเดียว บางทีก็มีนิตยสารแฟชั่น เรื่องราวของวัยรุ่นทั่วไปบ้าง ถ้าเป็นนิตยสารแนวนั้นมักจะมีคำถามเสมอๆว่า....แต่ละคนในทีมชอบคิเสะ เรียวตะที่ตรงไหน?

 

 

 

"อ่า.....ผมชอบเรียวตะ ตรงที่มีความพยายามนะครับ ทั้งๆที่ต้องทำงานเป็นนายแบบ ทั้งต้องรักษาการเรียนให้ดี แล้วยังทุ่มเทให้กับการซ้อมบาสฯอีก ในฐานะกัปตันทีมแล้วลูกทีมที่มีความพยายามแบบนี้น่าชื่นชมจริงๆครับ"

 

 

 

อาคาชิยังรักษาความเยือกเย็นมีมารยาทไว้ได้ตลอดทั้งๆที่การให้สัมภาษณ์ที่ไม่เกี่ยวกับบาสเก็ตบอลครั้งนี้นั้นยืดเยื้อ น่าเบื่อหน่าย และยังละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวหลายเรื่อง แรกๆมันก็สนุกดีที่ให้สัมภาษณ์กับบก.สวสวย กรี๊ดกร๊าดกับเรื่องเลกๆน้อยๆของพวกเขา แต่นานๆไปมันก็เริ่มไร้สาระ พวกเขาเป็นนักกีฬานะไม่ใช่ดารา จะรู้กระทั่งรักแรก หรือสถานที่เดตในอุดมคติให้ได้อะไรขึ้นมา?

 

 

 

อาโอมิเนะที่ปกติหน้าล้ำอายุอยู่แล้ว คิ้วที่ขมวดยิ่งกว่าเดิมยิ่งทำให้ดูแก่ขึ้นไปใหญ่ ยิ่งตอนบทสัมภาษณ์วกมาที่สัตว์เลี้ยงประจำทีมอีกจนได้ ก็น่าหงุดหงิด เพราะปกติเมื่อคนสัมภาษณ์มาจากวงการกีฬา จุดเด่นของบทสนทนาจะมุ่งมาที่เอสของทีมเป็นส่วนใหญ่ แต่พอเป็นคนนอกวงการกีฬาทีไร จุดเด่นของวงสนทนาไปเป็นเจ้าคนที่อ่อนหัดที่สุดในทีมทันที ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด ถึงจะไม่รู้ว่าหงุดหงิดให้ได้อะไรมาก็เถอะ

 

 

 

"อ่า.....อย่างนี้นี่เอง แล้วรองกัปตันทีมละคะ"

 

มิโดริมะที่กำลังใช้มือถืออ่านคำพยากรณ์ของอาโอฮาสะเงยเหน้าขึ้นมา แล้วดันแว่นพอเป็นพิธีก่อนตอบ

 

 

"หนึ่งในข้อดีของหมอนั่นก็คือความร่าเริง ถึงจะโดนโค้ชต่อว่า โดนทำโทษ โดนแกล้งเมินยังไงก็ไม่มีสลดเกิน 3 นาที นับว่าเป็นข้อดีก็ได้เหมือนกันถึงแม้จะหนวกหูสุดๆก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้เกลียดจุดนี้หรอกนะ นาโนะดาโยะ"

 

 

"อ่า ฮ่ะๆๆๆๆ.....นั้นถือว่าเป็นคำชมได้ใช่ไหม? มิโดริมัจจิ"

 

 

เสียงใสๆท้วงไม่จริงจังนัก ทั้งๆที่หมอนี่ไม่ได้ทำอะไร แต่ทำไมมันน่าหงุดหงิดแบบนี้นะ

 

 

 

"แล้วมุราซากิบาระคุงละคะ"

 

"อื้อออออออออ.....คิเสะจิน.....จะเสร็จรึยังอ่าาาา...........หิวแล้วน๊าาาาาา............ " เด็กโข่งที่โงกหงุบหงับเอนหัวหนักลงมาทับหัวทองๆของคิเสะ เรียวตะพอดีเด๊ะ

 

 

"มุราซากิบารัจจิ อดทนอีกนิดน๊าาาาา" คิเสะยิ้มแหยๆ  ควักลูกอมในกระเป๋ากาเกงส่งเข้าปากของเซ็นเตอร์ประจำทีมที่อยู่บนหัวเขาทันที

 

 

 

"อัตสึชิ!!! มารยาท!!!"

 

 

สายตาพิฆาตกับคำปรามของอาคาชิเริ่มไม่ได้ผล เมื่อระยะเวลาการสัมภาษณ์ที่แสนหน้าเบื่อนี้กินเวลาถึง 4 ชม.แล้ว

 

 

 

"งื้มมมมมม ตรงความใจดีละมั้ง ? ก็คิเสะจินทั้งใจดีและอ่อนโยนนี่นา อยู่ด้วยแล้วสบายใจจัง" เจ้าหมีแพนด้าจอมขี้เกียจตอบคำสัมภาษณ์ทั้งๆที่จะหลับคาหัวของนายแบบประจำทีมอยู่มะรอมมะร่อไม่ได้สังเกตุเลยว่าหัวที่นอนทับอยู่นั้นเป็นของคิเสะที่เกร็งคอแทบเคล็ดเพื่อรับน้ำหนักที่มุราซากิบาระทิ้งลงบนหัวเต็มๆ หึ...หมอนี่จะใจดีเกินไปแล้วม๊างงงง

 

 

 

"ฮ่ะๆๆๆๆ ขอโทษด้วยนะคะ นี่เป็นคำถามสุดท้ายแล้วจริงๆค่ะ อัตสึชิคุง" บก.สาวคนสวยกับคอลัมภ์นิสต์สาวที่มาสัมภาษณ์ยิ้มแหย่ๆเมื่อนักกีฬาคนเก่งเริ่มไม่เก็บอาการความเบื่อหนายอีกต่อไป "แล้วอาโอมิเนะ ไดกิคุงละคะ ชอบคิเสะคุงที่ตรงไหน"

 

 

 

 

"หน้า!!!"

 

 

 

 

 

"เอ๋?"

 

 

 

 

"ก็ตอบว่าหน้าไงล่ะ ยังไงสิ่งที่เด่นที่สุดของหมอนี่ก็เป็นหน้าตาไงละ"

 

 

 

"ไดกิ!" เสียงอาคาชิปรามขึ้นมาแต่ความหงุดหงิดที่สะสมมากว่า 4 ชม. ทำให้อาโอมิเนะเลือกที่จะเอาความหงุดหงิดมาลงที่คิเสะ เรียวตะทันที

 

 

 

 

 

"หมอนี่น่ะเล่นบาสก็พอใช้ได้ แต่ความจริงก็อ่อนที่สุดในกลุ่มตัวจริงด้วยซ้ำ การเรียนก็งั้นๆ เพราะงั้นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของหมอนี่ก็คือมีดีที่หน้าตาไงละ!"

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

เงียบกริบ

 

 

ถ้าระเบิดลงจริงๆคงจะดีกว่านี้

 

 

 

.

 

 

 

เจ้าคนที่ปล่อยระเบิดก็ประสานมือไว้ที่ท้ายทอย เอนหลังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

 

 

.

 

.

 

 

 

"อ่า......ฮ่ะๆๆๆๆ วันนี้พวกเราขอขอบคุณจริงๆนักกีฬาจากเทย์โควทุกท่านที่สละเวลามานะคะ สำหรับบทสัมภาษณ์นี้หลัจากตีพิมพ์เสร็จแล้ว ทางสำนักพิมพ์เราจะส่งมาให้ทางชมรมไว้เป็นที่ระลึกนะคะ"

 

บก.สาวยังคงความเป็นมืออาชีพได้อย่างดี กล่าวปิดบทสัมภาษณ์และกล่าวลาอย่างถูกต้อง ส่วนอาคาชิก็ตอบรับด้วยท่าทางที่เยือกเย็นเหมือนเคย ทั้งๆที่บรรยากาศในโรงยิมนั้นทั้งอึดอัดและกดดันจนคนอย่างมิโดริมะที่ก่อนหน้านี้เอาแต่สนใจมือถือนั่งตัวเกร็ง หรือ มุราซากิบาระที่สัปหงก ยังลุกขึ้นมานั่งนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ

 

 

 

ทันทีที่บก.สาวและคอลัมนิสต์ลับสายตา

 

 

 

"โอ่ยยยยยยยยยย!! ในที่สุดก็เสร็จซะที!!" อาโอมิเนะ ไดกิ ผู้เคยไม่เกรงฟ้า ไม่กลัวดิน รีบกระโดดลงจากม้านั่งเตรียมเนียนชิ่งออกไปจากโรงยิมอย่างรู้ว่าชนักติดหลังตัวเองอยู่

 

 

 

เพียงแต่ว่า.......

 

 

"ชินทาโร่ล็อกประตู! อัตสึชิ จับไดกิไว้!"

 

 

 

"เฮ้ย!!!!!"

 

 

 

 

"อาคาชิจจิ?! มิโดริมัจจิ?! มุราซากิบารัจจิ?! เหวออออ ค....คุโรโกจจิ!!!??"

 

 

"อาคาชิคุง! เชือกครับ!"

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

ขุดหลุมฝังตัวเอง

 

 

 

 

ไม่มีอะไรจะบรรยายการกระทำของอาโอมิเนะ ไดกิได้ดีกว่านี้แล้วจริงๆ

 

 

 

 

 

อาโอมิเนะ ไดกิถูกจับมัดด้วยเชือกที่ไม่รู้ว่าคู่หูของตัวเองไปเอามาจากไหน นั่งอยู่กลางวงล้อมของสมาชิกคิเซกิ โนะเซไดครบทั้ง 5 คน รังสีความไม่เป็นมิตรแผ่ออกมาจนรู้สึกได้

 

 

 

 

"ทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างรึเปล่า ไดกิ"

 

เสียงของอาคาชิเย็นเจี๊ยบบบบบบบบ ชนิดที่ว่าไม่ต้องบรรยายก็รู้ถึงอารมณ์ว่าเป็นแบบไหน

 

 

 

 

 

"ทำไมมิเนะจิน.......ถึงพูดแบบนี้กับคิเสะจินละ.......เดี๋ยวก็ขยี้ซะหรอก!"

 

ประโยคหลังจากเสียงเด็กๆยานคางกลายเป็นเสียงทุ่มต่ำอย่างน่าสยอง ยิ่งถูกมัดอยู่กับพื้นมองขึ้นไปเห็นแค่ไททันตัวดำมืดเท่านั้นที่น่ากลัวเข้าไปใหญ่

 

 

 

 

 

 

"รู้อยู่หรอกนะว่ากันย์มีดวงที่กุดในรอบหลายเดือน แต่ไม่นึกว่านายจะขุดหลุมฝังตัวเองแบบนี้ ถ้าเป็นเพราะสาเหตุอื่นๆก็คงช่วยได้ แต่ถ้าทำตัวเองก็ไม่มีอะไรจะพูดหรอกนะ นาโนะดาโยะ"

 

 

สรุปว่าปล่อยให้ตูตาย ว่างั้นเถอะ อาโอมิเนะอกจะค่อนขอดในใจไม่ได้เมื่อเห็นแว่นตาที่สะท้อนไฟนีออนถูกขยับ...เหมือนตาแว่นวายร้ายชิโรเอะไม่มีผิด ขาดแค่รอยยิ้มปีศาจละก็ใช่เลย

 

 

 

 

 

"อาโอมิเนะคุง.......ผมผิดหวังในตัวคุณจริงๆครับ"

น้ำเสียงเย็นชาของคุโรโกะที่ถูกลืมทำเอาอาโอมิเนะเสียวสันหลังวาบ

 

 

 

 

 

"อะ.....โอ่ยยยยยย เท็ตสึ!!!!!"

 

 

 

 

 

ทั้งๆที่อาโอมิเนะกำลังจะโดนเพื่อนๆกินหัวอยู่มะรอมมะร่อ ต้นเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมดกลับยืนนิ่งอยู่ด้านหลังคนเดียว เหมือนพยายามที่จะทำตัวลีบที่สุดเท่าที่จะลีบได้ด้วยซ้ำ หน้าซีดเหลือ 2 นิ้ว แถมยังตาแดงก่ำอย่างคนที่พร้อมจะปล่อยโฮได้ทุกเมื่อ....แต่ก็ไม่มีน้ำตา....ไหลออกมาซักหยด

 

 

 

ความจริงเรื่องที่คิเสะถูกแกล้งจนร้องไห้ก็เป็นเรื่องปกติ ไอ้เจ้าหมามาโซนั้นก็ร้องไห้ออกบ่อย แต่คราวนี้ไหงเจ้าหมอนั้นแทนที่จะโวยวายเหมือนปกติ หรือร้องไห้โฮอ้อนแบบที่เคยๆทำ ดันมาทำตัวหงอยจนน่าโมโห แถมยัง.....ทำให้เขารู้สึกผิดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้วย! เจ้าบ้าเอ๊ยยยยยยย!!!!!

 

 

 

 

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้ซะหน่อย!

 

 

 

 

 

 

ปัดโธ่โว้ยยยยยยยยย!!!!!!

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
TBC

 

ลืมบอกไป ว่าได้รับแรงบันดาลใจจาก OVA41.5 ล่าสุดที่เพิ่งออก เลยปั่น Kiseki x Kise ด้วยความเร็วสูง....แต่สูงไม่มากพอ T^T 

 

จะพยายามให้จบในสัปดาห์นี้นะคะ 

สุขสัตต์วันเกิดย้อนหลังนะคีจัง รักนายที่สุดเรยยยยย ลูกสาวแม่~~~~~~~

 

 

edit @ 20 Jun 2014 11:29:30 by fukaze

edit @ 12 Feb 2015 11:31:25 by fukaze

edit @ 13 Feb 2015 21:22:35 by fukaze

Comment

Comment:

Tweet

ชอบเรื่องนี้จัง ไรท์เตอร์เขียนดีมากค่ะ ^^

แถมคิเสะทำตัวน่ารักน่าแกล้งจัง

#12 By BluePowder on 2016-04-10 20:11

อยากกระโดดกัดคอมิเนะค่ะ คือพูดอะไรของแกกกก อะโฮ่สมชื่อไหมล่ะ สงสารคีจัง นังโฮ่บากะ
คิเซคินี่รักคีจังมากเลยนะคะ ฮ่าๆ อ่านละอยากชูป้ายแดงเหลือง เพราะหมั่นไส้มิเนะมากค่ะ

#11 By honeykshalala on 2015-05-18 22:37

โอ้ยยยยยยย น่ารักค่ะะะะะ
เหมือนทุกคนในทีมปกป้องคิเสะเลย ชอบออลคิเสะ อ่อยยยย ><

#10 By Suk13 on 2015-03-04 19:35

สงสารคีจังอ่าาาา
โฮ่นะโฮ่ หึงแล้วพาลจริงจริ๊งงง สมเป็นอาโฮ่เลย sad smile
 คีจังออกจะน่ารักนะ ใจร้ายจริงๆ
โอ๋ๆ มามะ กอดปลอบๆ = ... =  
//โดนลูกบาสคนดำอัด 

รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
อาคาชิซามะจัดการเลย!

#9 By monetakgkr on 2014-08-03 21:20

ในทีมไม่มีใครบื้อเท่าอาโฮ่แล้วนะจุดๆนี้ open-mounthed smile
ความสามารถพิเศษคือขุดหลุมฝังตัวเองรัวๆ
ถึงคีจังจะเป็นน้องหมามาโซ(?) แต่ก็ไม่ได้ให้มาแกล้งได้ตลอดหรอกนะ//ตบตีคนดำรัวๆๆๆๆๆๆๆๆ
จะรอตอนต่อไปนะคร้า

#8 By EvaXIII on 2014-07-25 15:26

หวาอะโฮ่ไม่ได้หน้าแก่นะคะ!อย่าว่าโฮ่ โฮ่แค่หน้าตาดูมีภูมิฐานค่ะ55555555
คีจังโดนความซื่อบื้อของมิเนะทำร้ายอีกแล้ว! บากะมิเนะ!><แย่ที่สุดดดด!

#7 By PRIMROSE on 2014-07-20 22:12

อาโฮ่บาก๊ะ!!!  
ตัวเองโมโหเองแล้วอย่ามาพาลใส่คีจังนะ! #กางปีกปกป้อง คีจังของฉัน(?)ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาซักหน่อย อย่าลืมความเอ็ม..เอ๊ย! ความน่ารัก ใจดี อ่อนโยน สวยใสจิตใจงามของโมเดรุซังนะแกก!! 
*ปรบมือให้คิเซกิสิบที* ทุกคนน่ารักกันจังเลย >< ฮืออ *โบกป้ายไฟคิเซกิคิเสะ 5555*
.
จะว่าอะไรมั้ยคะถ้าขอแอบกรี๊ดมุคคุงมากเป็นพิเศษ.. >//<
ฮือออ น่ารักมากเลยค่าา ยิ่งตอนที่นอนบนหัวคีจังนี่อยากจะฟุ่งเข้าไปฟัด..

#6 By _tale on 2014-06-26 23:07

มิเนะ
อะไรของมิเนะะะ
โฮฮฮ
คีจังออกจะน่ารัก
ฮืออคีจังจ้ะะ
คีจังจ๋าาา //กระโดดกอดด ;v;

#5 By Strawberry_ImIn on 2014-06-24 04:30

อาโฮ่เอย
สามคำนะ
สมน้ำหน้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ(หลายครั้ง)
พูดอะไรไม่รู้จักคิดก่อนก็เงี้ย

#4 By khwan (180.183.142.105|180.183.142.105) on 2014-06-22 23:37

ค้าง ไปสามวิ อาโฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆลืมวันเกิดคีจังสิน่ะแง่ๆๆๆๆๆๆๆบากะอาโฮ่ งือออออ
"หัวใจของคนนเราในบางครั้งก็ไม่เข้าใจกัน มันก่อให้เกิดความสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืน" ยืมโคนันมาพูดsad smile sad smile sad smile

#3 By misaki (125.24.47.113|125.24.47.113) on 2014-06-20 19:09

อาโอมิเนะ...นายขุดหลุมฝังตัวเองเก่งไปนะ
คิเสะเอ้ยย อย่าเสียใจน่าาา เดี๋ยวอาโฮ่มันก็มาง้อเองน่า...มั้ง
//ปูเสื่อรอตอนต่อไป -w-

#2 By Kuya on 2014-06-20 14:18

มิเนะ!! //ตบตีรัว ๆๆๆๆๆๆ
นายนี่นอกจากกจะหน้าดำแล้วยังใจดำด้วยนะ! ไปพาลใส่คีจังได้ยังง้ายยยย!! อย่าเอาคีจังเป็นเครื่องระบายอารมณ์ที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรสิเฮ้ย!!
นิสัยทำตามสัญชาตญาณซาดิสม์ของนายนี่มันเหลือเกินจริง ๆ !! //กางปีกปกป้องมายเลิฟ

ส่วนคีจังจ๋าอย่าร้องไห้ ให้เจ้าคนใจร้ายนี่สำนึกผิดให้ได้เลยนะ! อย่าให้เห็นความอ่อนแอเด็ดขาด!! //เจ็บจี๊ด ๆ เลยค่ะ

คิเซกินี่รักกันดีจริง ๆ เลยน้า //ซับน้ำตา เข้าใจกันดีจนน่ารักน่าอิจฉาเลยค่ะ♥ คิดถึงช่วงเวลาแบบนี้ก่อนที่จะแยกกันจริง ๆ .....

ขอบคุณสำหรับฟิคค่า♥ สู้ ๆ กับตอนต่อไปนะคะ!

#1 By | Amelishosis | on 2014-06-20 02:18