[Fic FREE!] Thousand Miles [Rin/Haru]

posted on 29 Nov 2014 03:11 by fukaze in Fiction directory Fiction, Cartoon

Fic FREE! - A Thousand Miles [RinHaru]


Fic นี้แด่เพื่อนรัก Happy Birthday นะตัวเอง ขอให้มีความสุขคิดสิ่งใดก็สมปรารถนาและปราศจากโรคภัยนะ การไม่มีโรคนี้เป็นลาภอันประเสริฐจริงๆนะเออ 


Theme song: A Thousand Miles [Cover by ONE OK ROCK]

 


มัตสึโอกะ ริน รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนงี่เง่าเข้าขั้นใช้ได้ ลมหายใจร้อนผ่าวที่พ่นออกมาสัมผัสกับไอเย็นของอากาศด้านนอกจนกลายเป็นไอขาว จะผ้าพันคอเบอร์เบอรี่ผืนโปรดหรือเสื้อโค้ทตัวเก่งที่ใส่จนหนังนิ่มก็แทบไม่ช่วยอะไร ถึงสามัญสำนึกส่วนนึงจะบอกตัวเองว่าเดินเข้าไปในคาเฟ่ซะ ทิ้งตัวลงบนโซฟาอุ่นๆแล้วสั่งเอสเปรซโซ่ร้อนๆมาดื่มให้น้ำแข็งตามข้อพับละลาย แต่ถึงจะคิดจะอยากทำอย่างนั้นแค่ไหน ขายาวๆภายใต้กางเกงยีนสีเข้มและบูธคู่เดิมก็ยังคงก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างไม่มีชะงัก

 

บอกแล้วไงว่ามัตสึโอกะ ริน รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าเป็นบ้า

 

ใช่ว่าไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไร แต่ขอพรรค์นั้นน่ะ....ฮึ่ยยยย

 

ฟันหยักๆขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างหงิดหงิดเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเพราะอะไร นักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติอนาคตไกลถึงยังถ่อออกมาเดินท้าลมหนาวทั้งๆที่อุณหภูมิเดือนธันวาอีกไม่กี่องศาก็ใกล้ติดลบแบบนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดคนที่นัดเอาไว้ มัตสึโอกะ รินหวังว่าความหงุดหงิดนี้แหละคือตัวการที่ทำให้ตัวใจเต้นหนักๆ เลือดสูบฉีดแรงจนใบหน้าร้อนผ่าว แล้วทำให้เขายังสามารถเดินไปข้างหน้าได้แบบนี้

 

เพลงที่เคยได้ยินประจำเทศกาลดังแผ่วๆขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่ายของเขา ครั้งแรกที่รินเลิกจมจ่อกับความคิดของตัวเองแล้วเงยหน้ามามองผู้คนที่เดินไปเดินมาแล้วรู้ตัวว่า....ไม่ใช่เขาคนเดียวที่เดินฝ่าความหนาวออกมาข้างนอก จะผิดก็แต่ว่า คนที่ออกมาเดินถ้าไม่มาเป็นกลุ่มใหญ่ ก็เดินมาเป็นคู่ๆกันหมด

 

 

Making my way downtown

เดินทางไปยังตัวเมือง

Walking fast

เดินอย่างเร่งรีบ

Faces pass

ผ่านผู้คนมากหน้าหลายตา

And I'm home bound

ฉันยึดติดกับบ้านของฉัน

Staring blankly ahead

มองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดมุ่งหมาย

Just making my way

แค่เพียงเดินทางไป

Making a way

หาทางเดินต่อไป

Through the crowd

ผ่านฝูงชน

 

 

                มัตสึโอกะ ริน รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่แย่ขึ้นมาทันทีเมื่อคิดว่า... ทั้งๆที่อากาศหนาวจนถึงขั้นที่เขาบ่นแล้วบ่นอีกแบบนี้ คนที่นัดเขาออกมาอาจจะต้องยืนรอท่ามกลางอากาศหนาวๆอย่างนี้คนเดียวน่ะสิ ใบหน้าขาวหน้าเสียลงเล็กน้อย มือที่ยัดลงกระเป๋ากางเกงเพื่อความอบอุ่นขณะก้าวยาวๆเปลี่ยนเป็นเหวี่ยงแขนเพื่อวิ่งออกไปข้างหน้า...แม้ลมหนาวจะบาดใบหน้ายิ่งกว่าเดิม แต่เมื่อคิดว่าจะได้ไปตามนัดเร็วขึ้น แม้จะไม่กี่นาทีก็ตาม...แต่นั้นก็เพียงพอให้เขาก็ยังคงออกวิ่งไป

 

 

And I need you

และฉันต้องการเธอ

And I miss you

ฉันคิดถึงเธอ

And now I wonder....

ฉันได้แต่คิด

 

 

“ฮารุ!!!!” 

 

ใบหน้าขาวๆที่ก้มซุกโค้ทตัวหน้าที่ยกปกขึ้นมาจนชิดแก้มเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียเรียกขาน ริมฝีปากโค้งคว่ำยกเบาๆกลายรอยยิ้มเล็กๆมุมปากต้อนรับคนที่วิ่งมาเต็มหอบ ดวงตาริ้วใสละม้ายน้ำสั่นระริกเบาๆอย่างยินดี

 

“ริน”

 

วินาทีนั้น ในอกของมัตสึโอกะ ริน สั่นไหวเบาๆ รู้สึกเหมือนมีเศษเกล็ดคริสตัลร่วงลงในอก เล็กๆบางๆใสๆ ขนาดไม่ถึงกรัม แทบไม่น่าสนใจจนเขาเกือบไม่รู้สึกตัว แต่เขารู้....รู้ว่าเศษคริสตัลนั้นร่วงลงในกองคริสตัลกองเดิมกลางอกของ กองเศษคริสตัลที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อนเมื่อได้พบคนคนนึง....จนถึงตอนนี้ กองคริสตัลเล็กๆเท่าเศษผงที่เขาคิดว่าไม่สลักสำคัญ แม้จะสวยงามหากแต่น้อยนิดและเปราะบาง ถ้าเป่าเบาๆก็คงฟุ้งหาย เขาเพิ่งตระหนักเมื่อผ่านไป5ปีว่า กองคริสตัลนั้นยังคงอยู่ที่เดิม ทั้งยังค่อยๆเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ เงียบๆ...ช้าๆ..........เนิ่นนาน จนวันนึงบาดลึกเกินกว่าจะไม่สนใจได้อีกต่อไป

 

 

“ไง...” รินยกมือทักทายแก้เก้อ “ยังไม่ถึงเวลานัดไม่ใช่รึไง มานานเท่าไหร่แล้วละ”

 

 

หน้าขาวๆงอลงเล็กน้อย “เพิ่งมาถึง ทั้งๆที่ยังไม่ใช่เวลานัดแล้วนายจะรีบวิ่งมาทำไมละ” สีหน้าดื้อรั้นที่น่าคิดถึง ทำให้แววตาละมุนลง ฮ่ะๆๆ กับคนอื่นนานาเสะ ฮารุกะจะนิ่งเงียบว่าง่ายเสมอ ไม่ก็ดื้อเงียบ keep look คลูเดเระว่าไป แต่เมื่ออยู่กับเขา พนันได้เลยว่าถ้าไม่ได้ต่อปากต่อคำกัน นานาเสะ ฮารุกะต้องป่วยหนักแน่ๆ

 

“เพราะฉันเพิ่งลงจากเครื่องไม่นานต่างหาก ยังเจ็ทแล็กอยู่เลยต้องมาก่อนเวลาไม่ให้พลาดยังไงล่ะ ไม่เหมือนนายซักหน่อย” ฟังหยักๆฉีกยิ้มกว้างยักคิ้วยั่วเพราะรู้ว่ายังไงยกนี้เขาก็ชนะแน่ๆ

 

หา? จะให้บอกว่ารีบมาหาหมอนี่เพราะรู้ว่าหมอนี่ต้องรอนะเหรอ?

 

ฝันไปเถอะ!

 

 

นานาเสะ ฮารุกะ ยู่หน้าลงเพราะรู้สึกว่าคราวนี้เขาเป็นฝ่ายแพ้จริงๆ หลังจากนั้นก็ต่อปากต่อคำนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ ทั้งคู่ก็เดินออกเดินจากรูปปั้นฮาจิโกะ คนบางคนแอบชำเลืองมองผู้ชายหน้าตาดี 2 คนที่แทบจะไม่มีอะไรเข้ากันได้เลยแต่ก็เดินเคียงกันออกไปอย่างกึ่งฉงน กึ่งอมยิ้มเมื่อนึกถึงเหตุผลข้างๆคูๆของพ่อหนุ่มผมแดงที่อ้างออกมา

 

If I could fall

หากฉันจะร่วงหล่นไป

Into the sky

ในท้องฟ้า

Do you think time

เธอคิดมั้ยว่าวันเวลา

Would pass me by

จะผ่านฉันไป

'Cause you know I'd walk

เพราะรู้มั้ยว่าฉันยอมก้าวเดินไป

A thousand miles

เป็นพันๆไมล์

If I could 

หากแค่เพียง

Just see you

ได้พบกับเธอ

Tonight

ในค่ำคืนนี้


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



นานาเสะ ฮารุกะรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าเหมือนวัยรุ่นริเรียนรัก แก้มขาวๆรู้สึกร้อนผะผ่าว ทั้งๆที่รู้ว่ารินเพิ่งลงจากเครื่องมาไม่กี่ชั่วโมงย่อมมีอากรเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ทั้งอาการเจ็ทเล็ทจาก Time zone ที่เปลี่ยนไป แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธเมื่อรินโทรนัดออกมาเจอกัน ทั้งๆที่ตกลงเวลานัดกันดิบดีและรู้ด้วยว่ารินไม่เคยมาสาย แต่เขาก็ยังตื่นเต้นจนมาถึงก่อนเวลานัดเกือบชั่วโมง ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่ารินกลับมาได้แค่ไม่กี่วันแล้วจะกลับออสเตรเลียทันที....แต่เขาก็อยากเจอ อยากอยู่ด้วยกัน...จนกว่าจะต้องแยกกันอีกครั้ง

 

นานาเสะ ฮารุกะ เป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง

 

เขาเกลียดเรื่องยุ่งยาก ถ้าการที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนจะก่อให้เกิดความยุ่งยากตามมา นานาเสะ ฮารุกะ ไม่เคยลังเลที่จะหยุด หรือถอยออกมาจากจุดนั้น อาจจะฟังดูเข้าใจยากแต่การนิ่งเงียบ ไม่ต่อความยาวกับใครนั้นจะทำให้เขาไม่ต้องแคร์ว่าจะขัดแย้งกับใครไหม แล้วเขาก็จะสามารถกลับสู่โลกที่เงียบสงบของตัวเองได้เร็วที่สุด คนที่ต้องอาศัยอยู่คนเดียวมาเป็นเวลานานหล่อหลอมให้เขาเกิดนิสัยการหวงแหนโลกส่วนตัว เกลียดความวุ่นวายมาก

 

แต่วันนี้เขาแหกกฎตัวเองทุกข้อ

 

ทั้งๆที่รู้ว่าทำให้อีกฝ่ายยุ่งยาก แต่เขาก็ไม่ลังเลที่จะทำ

 

ทั้งๆที่เกลียดความวุ่นวาย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต่อปากต่อคำกับอีกฝ่าย

 

เวลาที่อยู่ด้วยกันอย่างจำกัด เขาอยากใช้เวลาทั้งหมดอย่างคุ้มค่า มากกว่าปล่อยให้ความเงียบดำเนินไปอ่างไร้จุดหมาย

 

.....คิดถึง....

 

ไม่มีคำไหนที่จะอธิบายการกระทำทั้งหมดได้นอกจากคำนี้

 

It's always times like these

มันมักจะเป็นอย่างนี้เสมอ

When I think of you

เมื่อฉันคิดถึงเธอ

And I wonder

และฉันก็คิดนะ

If you ever 

เธอเคย

Think of me

คิดถึงฉันบ้างมั้ย

 


“ออสเตรเลียเป็นยังไงบ้าง”

 

“ก็ดีนะ...ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปได้สวย ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่หวังทั้งหมดหรอกนะ  แต่ฉันก็ผ่านจุดที่จะต้องมานั่งจิตตกกับเรื่องเล็กน้อยพรรค์นั้นมาแล้วนี่นะ คงไม่แปลกหรอกนะที่พูดแบบนี้ออกมาน่ะ”

 

สีหน้าสดใสขอรินทำให้ในที่เต้นตึกตักผ่อนคลายลง ความรู้สึกตึงๆตรงหัวคิ้วก็คลายลงด้วย

 

การที่รินไม่เครียดหรือวิตกกังวลกับการว่ายน้ำ....นั้นแปลว่ารินสบายดี

 

ไม่ได้หมายความว่ารินจะไม่มีเรื่องลำบากอื่นๆที่ออสเตรเลียหรอกนะ แต่เขาเชื่อว่าทั้งหมดนั้นรินจัดการได้...กัปตันของชมรมว่ายน้ำซาเมสึกะนั้นพึ่งพาได้เสมออยู่แล้ว อาจจะเรียกว่าเป็นแผลในใจของเขาแล้วก็ได้ เรื่องที่เดียวที่เขามั่นใจว่าจะทำให้มัตสึโอกะ ริน ที่แข็งแกร่งระดับประเทศนั้นเป๋ได้ ก็มีเพียงเรื่องการว่ายน้ำเท่านั้นแหละ

 

ลึกๆแล้วเขายังรู้สึกผิด

 

ถ้าเพียงแต่ตอนนั้นรินเป็นฝ่ายชนะเขา...ระยะทางเดินของรินจะไม่อ้อมแบบนี้รึเปล่านะ?

 

แต่หากถามว่าถ้าย้อนกลับไปตอนนั้นเพื่อแข่งกันอีกครั้ง นานาสะ ฮารุกะจะออมมือไหม? คำตอบก็ยังคงเหมือนเดิม......ไม่

 

หากการชนะเป็นการทำลายอัตตาของรินแล้ว การออมมือคงเป็นการฉีกทึ้งศักดิ์ศรีของมัตสึโอกะ ริน จนหมดสิ้น

 

 

'Cause everything's so wrong

เพราะทุกๆอย่างมันผิดพลาดไปหมด

And I don't belong

และฉันไม่คู่ควร

Living in your

จะไปอยู่ใน

Precious memories

ความทรงจำอันงดงามของเธอ

'Cause I need you

เพราะฉันต้องการเธอ

 

 

“คราวนี้รินกลับมากี่วันละ”

 

“อา.....ประมาณ 3-5 วันน่ะ”

 

“......เหรอ.....”

 

“หือ?”

 

“ปีนี้หยุดน้อยกว่าทุกปีนะ.....แล้วปกติวันหยุดแค่นี้นายไม่ค่อยเดินทางกลับมานี่นา”

 

“ปีนี้ฉันมีเหตุผลของฉันน่า.....เรื่องนั้นช่างมันเหอะ”

 

“...”

 

“แล้วนายเป็นยังไงบ้างละฮารุ”

 

“.....อุตส่าห์ว่ายแต่freeมาตลอด แต่ตอนนี้ถ้ายังอยากติดทีมชาติ ยังไงก็ต้องว่ายท่าอื่นๆให้ได้เวลาดีด้วย...เพิ่งรู้ว่าการว่ายท่าผีเสื้อทำให้ว่ายfreeได้เร็วขึ้นมากด้วย”

 

ฟันขาวๆของฉลามหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง

 

“การว่ายท่าอื่นๆก็สนุกดีใช่ม๊า!”

 

 

เจิดจ้าเกินไปจนเขาต้องหลบตา

 

 

 

“ก็ไม่เท่าไหร่นี่”

 

 

 

And I need you

และฉันต้องการเธอ

And I miss you

ฉันคิดถึงเธอ

And now I wonder....

ฉันได้แต่คิด

 

 

อุตส่าห์คิดว่าสงบใจได้แล้วแท้ๆ ทำไมถึงได้รู้สึกร้อนขึ้นมาอีกแล้วนะ

 

บอกแล้วว่านานาเสะ ฮารุกะ คิดว่าตัวเองงี่เง่าเป็นวัยรุ่นริเรียนรักเป็นบ้า........ก็การที่มาใจเต้นกับเรื่องแค่นี้.....พวกคุณก็คิดว่ามันงี่เง่าใช่ไหมละ?

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ถนนสายยาวของชิบุย่าทอดไปเบื้องหน้า แม้อากาศจะหนาวเย็นแต่ก็ยังมีผู้คนมากมาย อนาคตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติญี่ปุ่นต่อบทสนทนาเบาๆอย่างต่อเนื่อง คุยกันดีๆบ้าง จิกกัดกันบ้างตามประสา แต่นั้นก็ทำให้ทั้ง 2 คนได้เติมเต็มความรู้สึกที่เว้าแหว่งของกันและกันอย่าเงียบๆ

 

ทั้ง 2 คนต่างรักการว่ายน้ำมาก จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นอีโก้ส่วนตัวก็ได้ ความรักในการว่ายน้ำของทั้ง 2 คนนั้นแตกต่างกับคนอื่นนิดหน่อย...มันเป็นความรักที่ปะปนไปกับความเย่อหยิ่งทะนงตนจนกลายเป็นความภาคภูมิใจในตัวเอง ภาคภูมิใจในฐานะSwimmerของตัวเอง และสิ่งที่พิสูจน์ความรักปนความทะนงตนนั้นคือการกระโจนลงสระว่ายน้ำเพื่อไปให้เร็วกว่าคนอื่น ไปไกลกว่าคนอื่น ลงทุน ฝึกซ้อม วิ่ง เพื่อตัวเองเร็วกว่าใคร ทีละวินาที เสี้ยววินาทีในลู่ว่าย แล้วผลลัพธ์แห่งความพยายามนั้นคือชัยชนะ

 

การหยุดอยู่กับที่จึงไม่ใช่ธรรมชาติของทั้งมัตสึโอกะริน หรือของนานาเสะ ฮารุกะ

 

ทั้งคู่กระหายที่จะได้ว่ายน้ำอีก ได้พิสูจน์ตัวเองอีก ซึ่งในสระว่ายน้ำทั่วโลกมีไว้สำหรับผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดและเร็วที่สุดเท่านั้น ถ้าทั้งคู่อยากจะว่ายน้ำต่อไปได้ก็มีแต่จะต้องชนะเพื่อเป็น 1 ไม่กี่คนที่ได้รับคัดเลือกให้ยืนอยู่บนแท่นส่งตัวนั้นอีกครั้ง

 

 

เพื่อให้สามารถว่ายน้ำต่อไปได้นานกว่านี้

 

เพื่อให้สามารถว่ายออกไปในโลกที่กว้างกว่านี้

 

เพื่อให้สามารถพิสูจน์ตัวเองในฐานะSwimmer

 

เพื่อให้สามารถก้าวยืนเคียงข้างกันและกันได้อย่างเท่าเทียมและเต็มภาคภูมิ

 

.

 

.

 

เพื่อความฝันที่จะยืนอยู่บนแท่นสูงสุดของนักกีฬาว่ายน้ำ.....เพื่อจะได้เห็นทิวทัศน์ที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน

 

 

แม้จะเหงาแค่ไหนในการแยกกันเดินตามเส้นทางของตัวเองไปอยู่คนละประเทศแบบนี้ แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยเสียใจในสิ่งที่ตัวเองเลือก แม้จะได้เจอกันแค่ปีละไม่กี่ครั้งครั้งละไม่นาน ทั้งคู่ก็ไม่เปลี่ยนใจในเส้นทางที่เดิน ถึงจะให้ย้อนกลับไปอีกกี่หน ทั้งคู่ก็ยังคงจะทำเพื่อสิ่งเดิมไม่เปลี่ยนความตั้งใจ

 

 

 

If I could fall

หากฉันจะร่วงหล่นไป

Into the sky

ในท้องฟ้า

Do you think time

เธอคิดมั้ยว่าวันเวลา

Would pass me by

จะผ่านฉันไป

'Cause you know I'd walk

เพราะรู้มั้ยว่าฉันยอมก้าวเดินไป

A thousand miles

เป็นพันๆไมล์

If I could 

หากแค่เพียง

Just see you

ได้พบกับเธอ

Tonight

ในค่ำคืนนี้

 

 

อาจจะฟังดูอวดดีจนน่าหมั่นไส้....แต่พวกเขาทั้ง 2 คนเข้าใจกันดีเกินไป.....ต่อให้ไม่พูดอะไรเลี่ยนๆ หรือสัญญิงสัญญาอะไรเป็นกิจจะลักษณะ แต่สบตาและพบว่าดวงตาสีฟ้ายังมีดวงอาทิตย์สีแดงเป็นเป้าหมาย และดวงตาสีแดงแก่ก่ำก็จะเฝ้ามองหาอัญมณีแห่งสายน้ำเพื่อไล่ตาม

 

And I, I

ฉัน

Don't want to let you know

ไม่อยากให้เธอรู้

 

ในหนึ่งปีที่ห่างกันไป แค่เพียงแค่กลับมาพบกันสบตา....แค่แววตานั้นยังเหมือนเดิม....แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

 

And I, I

ฉัน...ฉันน่ะนะ....

Drown in your memory

จมลงสู่ความทรงจำของเธอแล้ว

 

แม้มันน่าอายที่จะต้องยอมรับ……แต่การที่ 10 กว่าปีสายตาเขายังคงเหมือนเดิม...

 

And I, I

ฉัน...ฉันน่ะนะ....

Don't want to let this go

ไม่อยากปล่อยให้ช่วงเวลานี้จบไป

 

นั้นแปลว่า....ความรู้สึกทั้งหมดนี้........มันเป็นของจริงไม่ใช่เหรอ?

 

And I, I

ฉัน...ฉันน่ะนะ....

Don't……

ไม่อยากเลย

 

 

ต่อให้ไปไกลแค่ไหน

เดินทางผ่านเมืองไหนๆทั่วโลก

พบเจอผู้คนมากมายหลายล้านทุกมุมเมือง

 

 

Making my way downtown

เดินทางไปยังตัวเมือง

Walking fast

เดินอย่างเร่งรีบ

Faces pass

ผ่านผู้คนมากหน้าหลายตา

And I'm home bound

ฉันยึดติดกับบ้านของฉัน

Staring blankly ahead

มองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดมุ่งหมาย

Just making my way

แค่เพียงเดินทางไป

Making a way

หาทางเดินต่อไป

Through the crowd

ผ่านฝูงชน

 

แต่สุดท้ายแล้ว....เขาก็ยังคงเดินทางกลับมาที่เดิม....

 

And I still need you

ฉันยังต้องการเธอ

And I still miss you

ฉันยังคิดถึงเธอ

And now I wonder....

ฉันได้แต่คิด

 

 

“ฮารุ....การแข่งครั้งต่อไปนายคือการแข่งอะไรน่ะ”

 

“คัดเลือกนักกีฬาเพื่อไปแข่งยูธโอลิมปิกน่ะ”

 

“แล้วตอนนี้นายทำเวลาผ่านเกณฑ์ *OQT (Olympic Qualifying Time) รึยัง?”

 

อา...สายตามองค้อนแบบเถียงไม่ออกของนานาเสะ ฮารุกะที่น่าคิดถึง

 

“ถ้าทำเวลาไม่ได้ จะหวังว่าจะเหลือที่สำหรับโควต้า **OST (Olympic Selection Time) มันจะโหดเกินไปนะฮารุ”

 

มัตสึโอกะ ริน ที่โดนแก้มพองๆกับสายตาค้อนดาเมจเข้าไปเต็มๆอดไม่ได้ที่จะแหย่เพิ่ม ทั้งๆที่สายพราวระยับได้ความรู้สึก อยากกอด... อยากกอด...อยากกอด...อยากกอดฮารุกะ เต็มไปหมด....และมันก็น่าหมั่นไส้เป็นบ้าเลย!

 

“ประเภทนึงส่งได้แค่ 2 คนนะ...นายจะต้องชิงตั๋ว 1 ใน 2 นั้นเชียวน๊าาา.......โอ๊ย!!!!”

 

รองเท้าบูธอย่างหนาพิเศษกระแทกลงมาเต็มแรง แล้วเจ้าของก็สะบัดบ๊อบเดินดำไปไม่รอทันที

 

“โอ๊ยยย ฮ่าๆๆๆ นี่เป็นวิธีการรับมือแบบใหม่ของนายเหรอเนี๊ยะ ซีดดดดดดด แสบเป็นบ้าเลย”

 

“.....สมน้ำหน้า...........”

 

เสียงลอยตามลมของตัวแสบเรียกรอยยิ้มเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันของคนขี้แกล้งได้เป็นอย่างดี

 

“ฮ่าๆๆๆ โอ่ยยย ฮารุ ไม่หยอกแล้วก็ได้ แล้วนี่นายจะเรียบเดินไปไหน รอด้วยสิเฟ้ยย นี่นายรึไงว่าฉันจะพาไปไหนน่ะ”

 

 

 

 

ขายาวๆที่ก้าวฉับๆชะงักทันที แก้มขาวๆเกลื่อนด้วยสีชมพูจางๆเป็นริ้ว

 

 

 

“นายก็รีบๆมานำเร็วๆสิ”

 

พ่อหนุ่มฟันฉลามฉีกยิ้มกว้าง

 

“คร๊าบ คร๊าบบบบบ”

 

 

If I could fall

หากฉันจะร่วงหล่นไป

Into the sky

ในท้องฟ้า

Do you think time

เธอคิดมั้ยว่าวันเวลา

Would pass us by

จะผ่านฉันไป

'Cause you know I'd walk

เพราะรู้มั้ยว่าฉันยอมก้าวเดินไป

A thousand miles

เป็นพันๆไมล์

If I could 

หากแค่เพียง

Just see you…

ได้พบกับเธอ

 

 

 

 

นานาสะ ฮารุกะ นิ่งอั้นเมื่อเห็นจุดหมายปลายทางของมัตสึโอกะ ริน

 

“เอาจริงเหรอริน”

 

“แหงอยู่แล้ว ไม่งั้นไม่พามาหรอก”

 

“ถ้านายเดินหน้าตอนนี้...นายจะถอยหลังกลับไม่ได้แล้วนะ”

 

“เรื่องนั้นฉันรู้น่า...”

 

“ซักวันนึง....นายอาจจะเสียใจ”

 

“จะบ้ารึไงฮารุ! นี่เรารู้จักกันมากี่ปีแล้ว! ถ้าพูดอย่างนี้อีกฉันจะโกรธแล้วนะ!”

 

 

ฟันขาวๆกัดรินฝีปาก

 

 

“นี่นายเพิ่งมาถึงญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ ไปเตรียมการมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

“ได้โซสึเกะกับมาโกโตะช่วยติดต่อให้นะ”

 

“ยามาซากิ?”

 

“บ่น โวยวาย แต่ก็ทำ ฮ่าๆๆๆ”

 

 

If I could fall

หากฉันจะร่วงหล่นไป

Into the sky

ในท้องฟ้า

Do you think time

เธอคิดมั้ยว่าวันเวลา

Would pass me by

จะผ่านฉันไป

'Cause you know I'd walk

เพราะรู้มั้ยว่าฉันยอมก้าวเดินไป

A thousand miles

เป็นพันๆไมล์

If I could 

หากแค่เพียง

Just see you

ได้พบกับเธอ

 

 

มัตสึโอกะ ริน เดินไปที่โพเดียมโบสถ์เล็กๆ หยิบกุหลาบคริสตัลใจแจกันใบน้อยมาถือไว้ มือใหญ่ของนักกีฬาอนาคตไกลยืนกุหลาบคริสตัลไปทางเพื่อน คนรัก และคู่แข่งตลอดกาลให้ นานาเสะ ฮารุกะ เห็นถึงเกสรดอกกหลาบที่เป็นแหวนเงินเรียบๆฝังบลูแซฟไฟรต์ชิ้นน้อยแต่โดดเด่นเอาไว้

 

“ตอนนี้แค่มัดจำไว้ก่อน ถ้าได้เหรียญทองเมื่อไหร่จะพาไปจัดงานใหญ่ที่ลาสเวกัสละกันนะฮารุ”

 

ยังคงใช้คำพูดสุดน่าหมั่นไส้และสุดแสนจะโรแมนติกเหมือนเดิมไม่มีผิด

 

“......”

 

นานาเสะ ฮารุกะมองผ่าน ม่านโปร่งสีขาว และม่านคริสตัลที่ทิ้งตัวจากเพดานโบสถ์ เก็จแก้วกลางอากาศสะท้อนแสงที่ส่องผ่านสแตนกลาสเหนือโพเดียมพิธี ท่ามกลางแสงริบระยับเหมือนภาพฝันนั้น คนที่สำคัญที่สุดยืนอยู่ตรงนั้น

 

 

แววตาสีฟ้าสั่นไหวเหมือนริ้วน้ำวน ชื้นฉ่ำด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

 

 

.

 

.

 

.

 

อดีตเอซแห่งอิวาโทบิ โถมเข้าสู่อ้อมแขนแข็งแรงของผู้ชายตรงหน้า

 

“แล้วนายก็ทำให้ฉันได้เห็นทิวทัศน์ที่ไม่เคยเห็นอีกครั้งจนได้”

 

 

อ้อมแขนที่คุ้นเคยกระชับแน่น

 

If I could 

หากแค่เพียง

Just hold you

ฉันได้กอดเธอ

 

“ฉันเดินทางกลับมาเป็นพันๆไมล์เพื่อวินาทีนี้แหละฮารุกะ”

 

 

Tonight

ในค่ำคืนนี้


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 
วิธีการคัดเลือกนักกีฬาคือต้องทำเวลาให้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งมีสองระดับ คือ
* Olympic Qualifying Time (OQT) - ทำได้ก็จะได้สิทธิ์เข้าแข่งโอลิมปิกทันที -
** Olympic Selection Time (OST) - จบการคัดเลือกแล้วยังได้นักกีฬาไม่ครบก็จะใช้เกณฑ์นี้ - 
แต่ละประเทศสามารถส่งนักกีฬารายการละ 1 คน แต่ถ้าประเทศไหนมีนักกีฬาที่ทำเวลาถึง OQT จะสามารถส่งเพิ่มในรายการนั้นได้อีก 1 คน (สรุปคือส่งได้สูงสุด 2 คน / 1 รายการ)
ซึ่งรายการที่สถิติจะถูกใช้ในการคัดเลือกได้แก่ รายการชิงแชมป์โลกปี 2011 และรายการระดับภูมิภาคต่างๆ

edit @ 29 Nov 2014 04:19:26 by fukaze

edit @ 12 Feb 2015 11:32:41 by fukaze

edit @ 12 Feb 2015 23:37:11 by fukaze

Comment

Comment:

Tweet

ดีใจที่มีคนชอบค่ะ 55555+

#2 By fukaze on 2015-02-12 12:22

ชอบคู่นี้จัง >< ขอบคุณค้าา

#1 By KIseji on 2015-01-20 22:32